MFA_5278

สารจากเอกอัครราชทูตประจำสหพันธรัฐรัสเซีย
 
สวัสดีครับพี่น้องชาวไทยในรัสเซีย เบลารุส อาร์เมเนีย อุซเบกิสถาน และมอลโดวา
ผมรู้สึกยินดีและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก สหพันธรัฐรัสเซีย การได้มีโอกาสมาทำหน้าที่ในช่วงเวลาที่ทุกประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ ถือเป็นความท้าทายสำหรับผม แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นโอกาสที่ผมและพวกเราทุกคนจะได้เรียนรู้และปรับตัวในสภาพการทำงานและการใช้ชีวิตของความปกติใหม่หรือ New normal โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโอกาสที่ทั้งสองประเทศจะได้ร่วมกันเฉลิมฉลอง ๑๒๕ ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-รัสเซีย ในปี ๒๕๖๕ นี้
 
เมื่อมองย้อนไปในอดีต ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสยามกับจักรวรรดิรัสเซีย เริ่มตั้งแต่การเสด็จประพาสจักรวรรดิรัสเซียของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในปี ๒๔๔๐ ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างสมพระเกียรติจากพระเจ้าซาร์นิโคลาสที่ ๒ หลังจากนั้น ทั้งสองประเทศก็ได้มีการเยือนในระดับสูงและความร่วมมือกันในหลากหลายมิติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงครั้งล่าสุดที่ไทยได้ส่งนักเรียนทหารเข้าศึกษาต่อที่รัสเซียในปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ ๑๑๕ ปี นับตั้งแต่เมื่อครั้งที่รัชกาลที่ ๕ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จอมพลสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ เสด็จฯ มาทรงศึกษาวิชาการทหารและทรงสำเร็จการศึกษาเมื่อปี ๒๔๔๘
 
ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับรัสเซีย เบลารุส อาร์เมเนีย อุซเบกิสถาน และมอลโดวา เป็นไปด้วยดีมาโดยตลอด โดยเฉพาะการท่องเที่ยว ซึ่งช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ มีนักท่องเที่ยวรัสเซียเดินทางไปไทยมากที่สุดเป็นอันดับ ๓ ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด ทั้งนี้ นอกเหนือจากการทำงานของภาครัฐ และการมีสถานที่ท่องเที่ยว อาหารและศิลปวัฒนธรรมที่งดงามแล้ว อีกปัจจัยสำคัญก็มาจากอัธยาศัยไมตรี ความมีน้ำใจ และรอยยิ้มของคนไทยทั้งในไทยและในรัสเซียที่ทำหน้าที่เป็นเหมือนทูตในระดับประชาชนที่ช่วยเผยแพร่เรื่องราวดี ๆ และทำให้ประชาชนทั้งสองฝ่ายใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น
 
เมื่อมองไปข้างหน้า ผมเห็นถึงโอกาสในการขยายความร่วมมือด้านการค้า การศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม การวิจัยและพัฒนา และความร่วมมือด้านสังคมและวัฒนธรรมเพื่อนำไปสู่ผลประโยชน์ร่วมกัน และเพื่อก้าวสู่การฉลอง ๑๒๕ ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-รัสเซียต่อไป
สุดท้ายนี้ ผมขอเรียนว่า ข้าราชการสถานเอกอัครราชทูต และข้าราชการทีมประเทศไทย ณ กรุงมอสโกทุกคน พร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในทุกมิติ และพร้อมที่จะบริการให้ความช่วยเหลือพี่น้องชาวไทย โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ยากลำบากจากผลกระทบของโควิด-๑๙ นี้อย่างเต็มกำลังความสามารถ และขอส่งความปรารถนาดีและกำลังใจมายังพี่น้องชาวไทยทุกคนให้ดำเนินชีวิตด้วยความระมัดระวังและรักษาสุขภาพให้ปราศจากโรคภัยทั้งปวง
 
นายศศิวัฒน์ ว่องสินสวัสดิ์
เอกอัครราชทูตประจำสหพันธรัฐรัสเซีย
๑๕ มีนาคม ๒๕๖๔